บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

ข้อเปรียบเทียบ tablet ที่ควรรู้ก่อนซื้อ

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2562 - 15:45 น.
AA 1

                          เพราะในยุคปัจจุบันทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีการเปลี่ยนแปลงและถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร อย่างอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น smartphone tablet และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก ทำให้มีหลาย ๆ บริษัทต่างก็ทำการผลิตออกมากันอย่างมากมาย ทำให้ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะเลือกได้เยอะมากยิ่งขึ้นจนเกิดการเปรียบเทียบต่าง ๆ นา ๆ ในแต่ละรุ่น เช่น เมื่อจะซื้อ tablet ก็หาข้อมูลแล้วนำมาเปรียบเทียบ tablet ยี่ห้อต่าง ๆ ว่ารุ่นไหนแบรนด์ไหนบ้างที่มีคุณภาพสูงและเหมาะสมสำหรับการใช้ทำงานของคุณ ซึ่งหลักในการเปรียบเทียบ tablet ก่อนที่จะซื้อนั้นก็จะมีดังนี้

                           ข้อเปรียบเทียบ tablet ที่ควรรู้ก่อนซื้อ

1.เลือกระบบปฏิบัติการ : iOS / Android / Windows

“ระบบปฏิบัติการ” มีส่วนสำคัญมาก สิ่งนี้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่เชื่อมการทำงานระหว่างฮาร์ดแวร์ (ตัวเครื่อง) กับซอฟต์แวร์ (แอปพลิเคชั่น) ซึ่งในปัจจุบันระบบปฏิบัติการหลักๆ ที่มีให้เลือกกันในท้องตลาด ก็มีอยู่ 3 แบบด้วยกัน แต่ละแบบก็จะมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไปคร่าวๆ ดังนี้

· iOS

มีประสิทธิภาพและความเสถียรสูง

รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ

รองรับแอปพลิเคชั่นมากมายบน App Store

ใช้งานได้แค่เฉพาะบนไอแพด หรือไอโฟน ของ Apple เท่านั้น

หลักๆ แล้วจะรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมเฉพาะของ Apple เท่านั้น

· Android

ใช้งานง่าย

รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมที่หลากหลาย

รองรับแอปพลิเคชั่นมากมายบน Play Store

สามารถปรับแต่ง UI ตามความชอบได้

มีแบรนด์ให้เลือกมากกว่าฝั่ง iOS เช่น Samsung, Sony, HTC, Huawei

· Windows

ระบบปฏิบัติการของ Microsoft ที่มีมาอย่างยาวนาน

รองรับไฟล์ทุกรูปแบบ จึงเหมาะกับการใช้งานด้านเอกสาร

สามารถใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่เบื้องต้นจนถึงระดับสูง

รองรับแอปพลิเคชั่นมากมายจาก Windows Store

2. เช็คสเปค CPU / GPU / Ram / Rom

นอกเหนือจากระบบปฏิบัติการแล้ว เครื่องจะอืดหรือลื่นหัวแตกก็วัดกันตรงนี้ล่ะค่ะ (แน่นอนว่าระดับของสเปคก็จะสัมพันธ์กับราคาด้วย) หลัก ๆ เลยที่เราต้องดูก็จะมี ดังนี้

1. CPU หรือ หน่วยประมวลผลหลักของเครื่อง มีวิธีเลือกง่าย ๆ คือ

· จำนวน Core ทำหน้าที่เหมือนกับแกนสมอง Core ยิ่งเยอะก็จะยิ่งดี เช่น 1 core/single core, 2 core/dual-core, 4 core/quad-core แน่นอนว่าจากตัวอย่างพวกนี้ quad-core แรงสุดค่ะ

· ความเร็วประมวลผล หน่วยเป็น GHz ยิ่งมากก็แปลว่าเร็วมากค่ะ

· สถาปัตยกรรม คือ Bandwidth ที่จะใช้ในการรับส่งข้อมูล ถ้าเป็น 64Bit การรับส่งข้อมูลก็จะดีกว่า 32bit ค่ะ

2. GPU หรือ หน่วยประมวลกราฟฟิค ข้อนี้จะมีความสำคัญสำหรับคนที่ใช้แท็บเล็ตหรือมือถือสำหรับเล่นเกม หรือใช้ทำงานเกี่ยวกับภาพและกราฟฟิค เพราะแค่ CPU แรง Ram เยอะ อาจไม่พอ จึงควรดู GPU ที่เหมาะสมเพื่อการใช้งานที่ลื่นไหลด้วย

3. Ram คือ หน่วยความจำหลัก ใช้ในการรันแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ซึ่งถ้าน้อยเกินไปคุณก็จะได้เจอกับอาการแอปค้างหรือเด้งได้ ยิ่งเยอะก็ยิ่งดีค่ะ แต่ก็ไม่ต้องเยอะเกินนะคะ เลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานของตัวเองก็พอ

4. Rom คือ หน่วยความจำตัวเครื่อง หรือที่เราเรียกกับว่า “ความจุ” นั่นแหละ ทำหน้าที่ในการเก็บข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งถ้ามีเยอะเครื่องก็จะจุข้อมูลได้เยอะนั่นเอง

3. ขนาดหน้าจอ ความละเอียดในการแสดงผล

ข้อนี้คงไม่ต้องอธิบายกันยาว เพราะขึ้นอยู่กับประเภทการใช้งานและความพอใจส่วนตัวล้วน ๆ ขนาดจอโดยทั่วไปมีให้เลือกตั้งแต่ 7 – 12 นิ้ว ถ้าอยากได้แบบที่พกพาสะดวก เลือกจอใหญ่ 12 นิ้วก็คงจะไม่ตอบโจทย์นัก ก็เลือกให้เล็กลงมาหน่อยดีกว่า

ส่วนความละเอียดในการแสดงผล (Resolution) ก็เช่นกันค่ะ ถ้าจะใช้งานทั่ว ๆ ไป เช่น งานเอกสาร ก็อาจไม่ต้องการความละเอียดมาก (แต่อาจจะต้องการหน้าจอใหญ่ ๆ ) แต่ถ้าต้องใช้ทำงานกราฟฟิค ตัดต่อวีดีโอ หรืออยากดูหนังแบบฟิน ๆ ก็ควรเลือกที่เป็น Full HD ก็คือความละเอียดตั้งแต่ 1280 x 720 ขึ้นไปค่ะ

4. น้ำหนักเครื่อง

อีกปัจจัยที่ห้ามลืมค่ะ ควรเลือกให้สอดคล้องกับการใช้งาน ถ้าต้องพกพาไปใช้ด้วยทุกวันแล้วเครื่องดันหนักมันก็คงไม่โอเค เว้นแต่ว่าคุณอยากใช้แท็บเล็ตออกกำลังแขนแทนดัมเบล อันนี้เราก็ไม่ว่ากัน

5. ความจุแบตเตอรี่ การชาร์จไฟ

ในข้อนี้จะเป็นตัวกำหนดความอึดของเครื่องเลยค่ะว่า จะใช้งานได้ยาวนานแค่ไหน นอกจากนี้ ก็อาจนำเรื่องของการรองรับระบบ Fast Charge รวมถึงระยะเวลาในการชาร์จ มาพิจารณาประกอบด้วยก็ได้ค่ะ

6. การเชื่อมต่อ การโทร

ในส่วนการเชื่อมต่อนั้น รุ่นที่รองรับทั้ง Wi-Fi และ LTE (3G, 4G) จะมีราคาแพงกว่า ในกรณีที่คุณต้องนำไปใช้งานนอกบ้านอยู่เป็นประจำเลือกแบบใส่ซิมรองรับ 3G 4G ก็เหมาะสม แต่ถ้าเน้นการใช้งานภายในบ้าน รองรับแค่ Wi-Fi อย่างเดียวก็น่าจะพอค่ะ

ส่วนการโทรก็เช่นกันค่ะ สำหรับคนที่ไม่ชอบพกเครื่องมือสื่อสารหลาย ๆ เครื่อง ถ้าอยากได้แบบเครื่องเดียวจบฟังก์ชั่นนี้ก็จะน่าสนใจ แต่ถ้าใครที่คิดว่าไม่จำเป็นก็ตัดออกไปได้เลยค่ะ จะได้ประหยัดงบตรงนี้ไป

7. ราคา การบริการหลังการขาย

จริง ๆ แล้ว “ราคา” อาจเป็นสิ่งหลายคนกำหนดไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว ว่าจะให้งบกับมันเท่าไหร่ อยากให้ทุกคนนำปัจจัยทั้งหมดเอามาเปรียบเทียบกันด้วย โดยให้ราคาเป็นส่วนหนึ่งของการเปรียบเทียบแทน เพื่อหาความคุ้มค่าให้มากที่สุด อย่างบางรุ่นอาจจะเกินงบที่เราตั้งไปแค่หลักร้อย แต่สเปคแรงกว่าเยอะ ถ้าเราเลือกตัดช้อยส์นี้ไปแต่แรก เราก็อาจมาเสียดายภายหลังได้ค่ะ

                   แหละทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อเปรียบเทียบ tablet ที่เราควรรู้ก่อนที่จะซื้อที่เราเอามาฝากกับทุก ๆ คนหวังว่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยในการที่จะช่วยให้คุณมีแนวทางการเลือกซื้อ tablet ได้ง่ายและเหมาะสมกับการใช้งานของคุณนะคะ

#เปรียบเทียบ tablet

ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

ข้อเปรียบเทียบ tablet ที่ควรรู้ก่อนซื้อ